ข้อมูลสารสนเทศ

28 มิ.ย.

ข้อมูล (Data)   หมายถึง   ข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของสถานที่ ฯลฯ โดยอยู่ในรูปแบบที่ เหมาะสมต่อการสื่อสาร การแปลความหมายและการประมวลผล    ซึ่งข้อมูลอาจจะได้มาจากการสังเกต การรวบรวม การวัด ข้อมูลเป็นได้ทั้งข้อมูลตัวเลขหรือสัญญลักษณ์ใด ๆ ที่สำคัญจะต้องมีความเป็นจริงและต่อเนื่องตัวอย่างของข้อมูล เช่น คะแนนสอบ ชือนักเรียน  เพศ  อายุ เป็นต้น

สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลที่ได้ผ่านกระบวนการประมวลผลแล้ว อาจใช้วิธีง่าย ๆ  เช่น หาค่าเฉลี่ยหรือใช้เทคนิคขั้นสูง เช่น การวิจัยดำเนินงาน  เป็นต้น  เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพข้อมูลทั่วไปให้อยู่ในรูปแบบที่มีความสัมพันธ์หรือมีความเกี่ยวข้องกัน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจหตือตอบปัญหาต่าง ๆ ได้ สารสนเทศประกอบด้วยข้อมูลเอกสาร เสียง หรือรูปภาพต่าง ๆ แต่จัดเนื้อเรื่องให้อยู่ในรูปที่มีความหมาย  สารสนเทศไม่ใช่จำกัดเฉพาะเพียงตัวเลขเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 คุณสมบัติของข้อมูลที่ดี
     1. ความถูกต้อง หากมีการเก็บรวบรวมข้อมูลแล้วข้อมูลเหล่านั้นเชื่อถือไม่ได้จะทำให้เกิดผลเสียอย่างมาก ผู้ใช้ไม่กล้าอ้างอิงหรือนำเอาไปใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นเหตุให้การตัดสินใจของผู้บริหารขาดความแม่นยำ และอาจมีโอกาสผิดพลาดได้ โครงสร้างข้อมูล ที่ออก แบบต้องคำนึงถึงกรรมวิธี    การดำเนินงานเพื่อให้ได้ความถูกต้องแม่นยำมากที่สุด   โดยปกติความผิดพลาดของสารสนเทศ ส่วนใหญ่มาจากข้อมูลที่ไม่มีความถูกต้องซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากคนหรือเครื่องจักร การออกแบบ            ระบบจึงต้องคำนึงถึงในเรื่องนี้
     2. ความรวดเร็ว  และเป็นปัจจุบัน การได้มาของข้อมูลจำเป็นต้องให้ทันต่อความต้องการของผู้ใช้ มีการตอบสนองต่อผู้ใช้ได้ตีความหมายสารสนเทศได้ทันต่อเหตุการณ์หรือความต้องการ มีการออกแบบระบบการเรียนค้น และรายงานตามผู้ใช้
3. ความสมบูรณ  ความสมบูรณ์ของสารสนเทศขึ้นกับการรวบรวมข้อมูลและวิธีการทางปฏิบัติด้วย ในการดำเนินการจัดทำสารสนเทศต้องสำรวจและสอบถามความต้องการใช้ข้อมูลเพื่อให้ได้ ข้อมูลที่สมบูรณ์ในระดับหนึ่งที่เหมาะสม
    4. ความชัดเจนและกะทัดรัด  การจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากจะต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลมาก  จึงจำเป็นต้องออกแบบโครงสร้างข้อมูลให้กะทัดรัดสื่อความหมายได้  มีการใช้รกัสหรือย่นย่อข้อมูลให้เหมาะสมเพื่อที่จะจัดเก็บเข้าไว้ในระบบคอมพิวเตอร์
5. ความสอดคล้องความต้องการเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้นจึงต้องมีการสำรวจเพื่อหาความต้องการของหน่วยงานและองค์การดูสภาพการใช้ข้อมูลความลึกหรือความกว้างของขอบเขตของข้อมูลที่สอดคล้องกับความต้องการ

      การทำข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ
     1. การรวบรวมและตรวจสอบข้อมูล ควรประกอบด้วย
            1.1 การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นเรื่องของการเก็บรวบรวมข้อมูลซึ่งมีจำนวนมาก และต้องเก็บให้ได้อย่างทันเวลา เช่น ข้อมูลการลงทะเบียนเรียนของนักเรียน ข้อมูลประวัติบุคลากร ปัจจุบันมีเทคโนโลยีช่วยในการจัดเก็บอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น การป้อนข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ การอ่านข้อมูลจากรหัสแท่ง การตรวจใบลงทะเบียนที่มีการฝนดินสอดำในตำแหน่งต่าง ๆ เป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเช่นกัน
           1.2 การตรวจสอบข้อมูล เมื่อมีการเก็บรวบรวมข้อมูลแล้วจำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อมูล   เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ข้อมูลที่เก็บเข้าในระบบจะต้องมีความเชื่อถือได้ หากพบที่ผิดพลาดต้องแก้ไข การตรวจสอบข้อมูลมีหลายวิธี   เช่น  การใช้ผู้ป้อนข้อมูลสองคน ป้อนข้อมูลชุดเดียวกันเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเปรียบเทียบกัน

     2. การดำเนินการประมวลผลข้อมูลให้กลายเป็นสารสนเทศ  อาจประกอบด้วยกิจกรรม ดังต่อไปนี้
 
2.1 การจัดแบ่งข้อมูล ข้อมูลที่จัดเก็บจะต้องมีการแบ่งแยกกลุ่ม เพื่อเตรียมไว้สำหรับ การใช้งาน การแบ่งแยกกลุ่มมีวิธีการที่ชัดเจน เช่น ข้อมูลในโรงเรียนมีการแบ่งเป็นแฟ้มประวัตินักเรียน และแฟ้มลงทะเบียน สมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองมีกรแบ่งหมวดหมู่สินค้า และบริการ เพื่อความสะดวกในการค้นหา
           2.2 การจัดเรียงข้อมูล เมื่อจัดแบ่งกลุ่มเป็นแฟ้มแล้ว ควรมีการจัดเรียงข้อมูลตามลำดับ  ตัวเลข หรือตัวอักษร หรือเพื่อให้เรียกใช้งานได้ง่ายประหยัดเวลา  ตัวอย่าง  การจัดเรียงข้อมูล เช่น การจัดเรียงบัตรข้อมูลผู้แต่งหนังสือในตู้บัตรรายการของห้องสมุดตามลำดับตัวอักษร การจัดเรียงชื่อคนในสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์ ทำให้ค้นหาได้ง่าย
           2.3 การสรุปผล บางครั้งข้อมูลที่จัดเก็บมีเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องมีการสรุปผลหรือสร้างรายงานย่อ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์   ข้อมูลที่สรุปได้นี้อาจสื่อความหมายได้ดีกว่า  เช่นสถิติจำนวนนักเรียนแยกตามชั้นเรียนแต่ละชั้น
           2.4 การคำนวณ ข้อมูลที่เก็บมีเป็นจำนวนมาก ข้อมูลบางส่วนเป็นข้อมูลตัวเลขที่สามารถนำไปคำนวณเพื่อหาผลลัพธ์บางอย่างได้ ดังนั้นการสร้างสารสนเทศจากข้อมูลจึงอาศัยการคำนวณข้อมูลที่เก็บไว้ด้วย

     3. การดูแลรักษาสารสนเทศเพื่อการใช้งาน ประกอบด้วย
            3.1 การเก็บรักษาข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูลหมายถึงการนำข้อมูลมาบันทึกเก็บไว้ในสื่อบันทึกต่างๆ เช่น แผ่นบันทึกข้อมูล  นอกจากนี้ยังรวมถึงการดูแล และทำสำเนาข้อมูล เพื่อให้ใช้งานต่อไปในอนาคตได้
            3.2 การค้นหาข้อมูล ข้อมูลที่จัดเก็บไว้มีจุดประสงค์ที่จะเรียกใช้งานได้ต่อไปการค้นหา ข้อมูลจะต้องค้นได้ถูกต้องแม่นยำ รวดเร็ว จึงมีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนช่วยในการทำงาน ทำให้การเรียกค้นกระทำได้ทันเวลา
            3.3 การทำสำเนาข้อมูล การทำสำเนาเพื่อที่จะนำข้อมูลเก็บรักษาไว้ หรือนำไปแจกจ่ายในภายหลัง จึงควรจัดเก็บข้อมูลให้ง่ายต่อการทำสำเนา หรือนำไปใช้อีกครั้งได้โดยง่าย
            3.4 การสื่อสาร ข้อมูลต้องกระจายหรือส่งต่อไปยังผู้ใช้งานที่ห่างไกลได้ง่าย การสื่อสาร ข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญ และมีบทบาทที่สำคัญยิ่งท่จะทำให้การส่งข่าวสาร   ไปยังผู้ใช้ทำได้รวดเร็วและทันเวลา


      ข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผลแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
          1) ข้อมูลที่เป็นตัวเลข (Numeric Data) หมายถึง ข้อมูลที่ใช้แทนจำนวนที่สามารถนำไปคำนวณได้ข้อมูลแบบนี้เขียนได้หลายรูปแบบ คือ
– เลขจำนวนเต็ม  หมายถึง ตัวเลขที่ไม่มีจุดทศนิยม เช่น 12, 9, 137 , 8319 , -46
               – เลขทศนิยม หมายถึง ตัวเลขที่มีจุดทศนิยม ซึ่งอาจมีค่าเป็นจำนวนเต็ม เช่น 12   หรือเป็นจำนวนที่มีเศษทศนิยมก็ได้  เช่น 12.763      เลขทศนิยมแบบนี้สามารถเขียนได้ 2 รูปแบบคือ
               – แบบที่ใช้การทั่วไป    เช่น 12., 9.0 ,17.63, 119.3267 , -17.34    
– 
แบบที่ใช้งานทางวิทยาศาสตร์  
เช่น
                             123. x 104            หมายถึง 1230000.0
13.76 x 10-3        หมายถึง 0.01376
– 1764.0 x 102    หมายถึง -176400.0
– 1764.10-2         หมายถึง -17.64

           2) ข้อมูลที่เป็นตัวอักขระ (Character Data) หมายถึง ข้อมูลที่ ไม่สามารถนำไปคำนวณได้ แต่อาจนำไปเรียงลำดับได้ เช่น การเรียงลำดับตัวอักษร ข้อมูลอาจเป็นตัวหนังสือ ตัวเลข หรือเครื่องหมายใด ๆ เช่น   COMPUTER, ON-LINE,  1711101,&76

        ประเภทของข้อมูล 

            ถ้าจำแนกข้อมูลออกเป็นประเภท จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
 1. ข้อมูลปฐมภฺมิ (Primary Data)
หมายถึง ข้อมูลที่ได้จากการรวบรวม หรือบันทึก จากแหล่งข้อมูลโดยตรงซึ่งอาจจะได้จากการสอบถาม การสัมภาษณ์ การสำรวจและการจดบันทึก ตลอดจนการจัดหามาด้วย เครื่องจักรอัตโนมัติ เช่น เครื่องอ่านรหัสแท่ง เครื่องอ่านแถบแม่เหล็ก
         2. ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data)หมายถึง ข้อมูลที่มีผู้อื่นรวบรวมไว้ให้แล้ว บางครั้งอาจมีการประมวลผลเพื่อเป็นสารสนเทศ   เช่น    สถิติจำนวนประชากรแต่ละจังหวัด สถิติการนำสินค้าเข้า และการส่งสินค้าออก เป็นต้น

ชวนกันไปเลือกตั้ง

27 มิ.ย.

การเก็บรักษาและทำความสะอาดเครื่องใช้

26 มิ.ย.

การเก็บรักษาเสื้อผ้า

เสื้อผ้าที่ใส่แล้วก่อนนำไปซักควรปฏิบัติ  ดังนี้
๑.    ผึ่งให้เหงื่อแห้งก่อนนำไปใส่ตะกร้า
๒.  ซ่อมแซมตรงที่ชำรุด
๓.  แยกถุงเท้าและชุดชั้นใน
๔.  แยกผ้าสีและผ้าขาว
วิธีซักเสื้อผ้า
๑.  แช่ผ้าในน้ำสะอาด  ๑๐  นาที  และขยี้เอาสิ่งสกปรกออก
๒.  แช่ผ้าในน้ำผงซักฟอก  ๑๕  นาที
๓.  ขยี้ผ้าตรงส่วนที่สกปรกมากจนสะอาด  และขยี้ตรงส่วนอื่นๆ
๔.  นำผ้ามาซักในน้ำสะอาด  ๒-๓  ครั้ง  จนหมดฟอง  นำไปตาก  โดยใช้ที่หนีบผ้าหนีบไว้   เพื่อป้องกันผ้าตก
เมื่อผ้าแห้งดีแล้วจึงเก็บมาพับแยกประเภท  แล้วจัดเก็บเข้าตู้
–  ถุงเท้า  พับไว้เป็นคู่ๆ  แล้วจัดเบในลิ้นชัก
–  ชุดชั้นใน  พับแยกประเภท  แล้วจัดเก็บในลิ้นชัก
–  เสื้อผ้าที่ต้องรีด  ให้รีดแล้วแขวนเรียงไว้ในตู้

   การเก็บรักษารองเท้า
รองเท้าผ้าใบ
๑.  ถอดเชือกผูกรองเท้า  แล้วเคาะฝุ่นออก
๒.  แช่ในน้ำผงชักฟอง  ๑๐  นาที  ใช้แปรงขัดให้สะอาด  แล้วซักในน้ำสะอาด  ๒  ครั้ง
๓.  นำไปตากให้แห้ง  ร้อยเชือกผูกรองเท้า  แล้วนำไปจัดเก็บเข้าที่
รองเท้าหนัง
๑.  เคาะฝุ่นออก  แล้วใช้ผ้าชุปน้ำเช็ดรอยเปื้อน
๒.  ทายาขัดรองเท้าให้ทั่ว  ใช้แปรงขัดให้ขึ้นเงา  แล้วนำไปจัดเก็บเข้าที่
รองเท้าแตะ
๑.  เคาะฝุ่นออก  แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด
๒.  แช่ในน้ำผงซักฟอก  ใช้แปรงขัดให้สะอาด  ล้างน้ำ  ตากให้แห้ง  แล้วจัดเก็บเข้าที่

การจัดและเก็บที่นอน
ห้องนอน  เป็นห้องที่ใช้พักผ่อนนอนหลับ  หลังจากตื่นนอนทุกครั้งเราจึงควรจัดเก็บที่นอนให้เรียบร้อย
วิธีเก็บที่นอน
๑.  ดึงผ้าปูที่นอนให้ตึง  ปัดฝุ่นออก
๒.  จัดวางหมอนบนหัวเตียง  และพับผ้าห่มวางไว้ปลายเตียง  จากนั้นปูผ้าคลุมเตียงป้องกันฝุ่น

การต้มน้ำร้อน
การต้มน้ำ  เป็นการทำน้ำให้สะอาดด้วยวิธีง่ายๆ  แต่ต้องทำอย่างระมัดระวังเพราะถ้าพลาดพลั้งไปอาจเกิดอุบัติเหตุน้ำร้อนลวกได้
วิธีต้มน้ำร้อน
๑.  ใส่น้ำในกาให้พอดี  แล้วตั้งกาบนเตาไฟ  หันพวยกาไปด้านที่ไม่มีคนอยู่
๒.  เมื่อน้ำเดือดให้สวมถุงมือกันร้อนก่อน  แล้วจึงยกกาลงจากเตา

  การทำความสะอาดเครื่องใช้
เครื่องใช้ภายในบ้าน  เช่น  แก้วน้ำ  จานชาม  เมื่อใช้งานแล้ว  ควรล้างทำความสะอาดก่อนนำไปจัดเก็บให้เรียบร้อย   เพื่อการสะดวกในการนำไปใช้งานในครั้งต่อไป
วิธีล้างแก้ว
๑.  เทน้ำออกจากแก้ว  ผสมน้ำยาล้างจาน
๒.  ใช้ฟองน้ำถูให้ทั่ว  โดยเฉพาะรอบปากแก้ว
๓.  ล้างแก้วในน้ำสะอาดจนหมดกลิ่นคาว
๔.  คว่ำแก้วในตะกร้า  ทิ้งไว้ให้แห้ง  แล้วจัดเก็บเข้าตูให้เรียบร้อย
วิธีล้างจาน
๑.  กวาดเศษอาหารลงในถังขยะ
๒.  ล้างน้ำสะอาด  ๑  ครั้ง  ผสมน้ำยาล้างจาน
๓.  ใช้ฟองน้ำถูจานชามให้สะอาด
๔.  ล้างด้วยน้ำสะอาดจนหมดคราบ  คว่ำในตะกร้า  ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วจัดเก็บเข้าตู้

ที่มาและได้รับอนุญาตจาก :
มูลนิธิคณะลูกเสือแห่งชาติ.  ลูกเสือ – เนตรนารี ป.1.  พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ :  อักษรเจริญทัศน์.

หลังจากนักเรียนศึกษาเนื้อหาบทเรียนจนเข้าใจดีแล้วให้นักเรียนทำใบงานที่ 1

ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งการเรียนรู้

25 มิ.ย.

สวัสดีค่ะ…ยินดีตอนรับเข้าสู่ Blog kru Koy : อิสระแห่งการเรียนรู้ เรียนรู้ได้อย่างอิสระ หวังว่านักเรียน ครู อาจารย์และผู้ที่มีความสนใจในการศึกษาทุกท่าน จะได้รับความรู้จากเนื้อหาภายใน Blog และสร้างโลกแห่งการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างอิสระค่ะ